บ้านหลังเดิมเพิ่มเติมคือ 60,000 ที่นั่งของเชลซี

  เป็นข่าวดีของชาว “เดอะ บลูส์” เมื่อสภาเมืองแฮมเมอร์สมิธ แอนด์ ฟูแล่ม อนุมัติแผนการปรับปรุงสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ ของเชลซี ซึ่งจะเพิ่มความจุผู้ชมเป็น 60,000 ที่นั่ง เป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

โมเดลรูปแบบสนามปรับปรุง ได้รับการนำเสนอต่อสภาเมือง และประชุมร่วมกันเป็นเวลา 3 ชั่วโมง โดยมีบรู๊ซ บัค ประธานสโมสรเชลซีเข้าร่วมด้วย ก่อนจะได้ไฟเขียวในการก่อสร้างครั้งนี้

คาดว่าสนามปรับปรุงใหม่ ต้องใช้งบประมาณ 500 ล้านปอนด์ (ประมาณ 21.33 พันล้านบาท) ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี ซึ่งสโมสรได้ออกแถลงการณ์ถึงความสำเร็จในขั้นแรกว่า “เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่แผนการณ์สำหรับการปรับปรุงสนามเหย้าของเรา ได้รับการอนุมัติแล้ว การตัดสินใจของคณะกรรมการครั้งนี้ ไม่ได้หมายถึงว่าเราจะเริ่มก่อสร้างได้ทันที แต่นี่เป็นแค่ขั้นตอนล่าสุดที่เราได้รับอนุมัติ ก่อนที่เราจะเริ่มดำเนินงานต่อ รวมถึงการขออนุมัติในส่วนอื่นๆ เพิ่มเติม”

ปัจจุบันสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ มีความจุที่ 41,663 เป็นสนามใหญ่เป็นอันดับ 9 ในอังกฤษ รองจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อาร์เซนอล, เวสต์แฮม, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล, ซันเดอร์แลนด์, นิวคาสเซิล และ แอสตัน วิลล่า โดยพวกเขาเลือกที่ปรับปรุงสนามเดิม มากกว่าเลือกสร้างบนที่ดินใหม่ แต่ประเด็นสำคัญที่ต้องพูดถึงในการก่อสร้างครั้งนี้น่าจะเป็น เรื่องการคมนาคม เนื่องจากการต่อเติมครั้งนี้จะกระทบต่อระยะทางเชื่อมต่อรถไฟและรถไฟใต้ดิน

อีกอย่างคือ สโมสรจำเป็นต้องหารังเหย้าชั่วคราวในอนาคต เนื่องจากแผนต่อเติมสนาม จะมีการปรับพื้นที่สนาม มีการขุดพื้นที่เพื่อขยายความจุบนพื้นที่ราว 12 เอเคอร์

“อิบรา” ควง “คอนเต้” ซิวรางวัลแข้ง-โค้ชยอดเยี่ยมพรีเมียร์ประจำเดือนธันวาคม

  ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หัวหอกตัวเก๋าของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของพรีเมียร์ลีก ประจำเดือนธันวาคมไปครอง ส่วนอันโตนิโอ คอนเต้ นายใหญ่เชลซี คว้าผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันคนแรกด้วย

อดีตดาวยิงทีมชาติสวีเดน อายุครบ 35 ปีไปเมื่อเดือนตุลาคม แต่เขายิงไปถึง 12 ลูกจาก 12 นัดในช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึงธันวาคม เริ่มจากลูกกระดกเช็ดเสาในเกมเสมอเอฟเวอร์ตัน 1-1 ต่อด้วยยิงอีก 5 ลูก พายูไนเต็ดชนะในลีก 6 นัดติดต่อกัน

และในเดือนธันวาคม เขาก็โชว์ผลงานยิงประตูสุดสวยในเกมชนะเวสต์บรอมวิช จนเข้าชิงรางวัลประตูยอดเยี่ยม และยังทำแอสซิสต์ให้เฮนริค มคิทาร์ยาน ในเกมชนะซันเดอร์แลนด์ ทำให้เขาได้รางวัลไปอย่างเอกฉันท์

ขณะที่กุนซือชาวอิตาเลี่ยน ยังคงรักผลงานที่ยอดเยี่ยมพา “สิงห์บลูส์ไ ชนะรวดทั้ง 6 นัดในเดือนที่ผ่านมา ต่อยอดสถิติชนะรวด 10 นัดได้และทำให้พวกเขานำโด่งบนหัวตาราง จนถึงตอนนี้ โดยฟอร์มอันยอดเยี่ยมเริ่มจากการบุกชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างสวยหรู 3-1 ตามด้วยการชนะ 1-0 สามเกมรวดกับ เวสต์บรอมวิช, ซันเดอร์แลนด์ และ คริสตัล พาเลซ และถล่มบอร์นมัธ 3-0 ในวันบ็อกซิ่งเดย์ ก่อนจะส่งท้ายปีเปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ ชนะสโต๊ค ซิตี้ สุดมันส์ 4-2 รั้งจ่าฝูงนำห่าง 5 คะแนน

แม้สุดท้ายทีมของคอนเต้ จะถูกหยุดสถิติหลังบุกแพ้ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ แต่ต้องชมผลงานตลอดเดือนที่แล้ว และคอนเต้ ก็คว้ารางวัลกุนซือยอดเยี่ยมไปตามคาด เป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันและเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกด้วย

พรีวิว แอตเลติโก้ มาดริด พบ เรอัล เบติส

เกมลา ลีกา สเปน ช่วงหลังเที่ยงคืน เป็นเกมที่บิเซนเต้ กัลเดร่อน ระหว่างแอตเลติโก้ มาดริด อันดับ 4 เปิดบ้านต้อนรับ เรอัล เบติส อันดับ 14

เจ้าถิ่น “ตราหมี” ของดิเอโก้ ซิเมโอเน่ น่าจะปรับทัพบางตำแหน่งจากเกมที่แพ้ลาส พัลมาส คาบ้าน 2-3 กองหลังอย่างสเตฟาน ซาวิช น่าจะกลับมายืนคู่ดิเอโก้ โกดิน แทนที่โฆเซ่ คิมิเนซ ที่ฟอร์มไม่สู้ดีในนัดล่าสุด ส่วนฆวนฟราน จะได้ยืนปีกขวาในแผงกลาง 4 คนร่วมกับ ซาอูล ญิเกซ กาบี้ และโกเก้ ส่วนแดนหน้าเฟร์นานโด ตอร์เรส อาจโดนดร็อป ส่งเควิน กาเมโร่จับคู่กับ อองตวน กรีซมันน์ ลุ้นทำประตู

ด้านเรอัล เบติส ทีมเยือน ขาดสองกองหลังอย่างบรูโน่ กอนซาเลซ กับอิสซ่า มานดี้ ที่ติดโทษแบน กับติดภารกิจทีมชาติในศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ ตามลำดับ ต้องจัดโฆเซ่ การ์ลอส กับไรอัน ดองค์ มายืนเซ็นเตอร์ในแผงหลังสามแทน ด้านแผนกลางไม่มีเปตรอส ที่ติดโทษแบน กับอันโตนิโอ ซานาเบรีย ที่บาดเจ็บ ต้องฝากความหวังที่ดาวรุ่งอย่างดานี่ เซบาญอส และกองหน้าคู่อย่าง อเล็กซ์ อเลเกรีย กับรูเบน คาสโตร

ผลงานระยะหลังของทั้งสองทีม แอตฯ มาดริด กลับมาเตะหลังเบรกหนีหนาว บุกชนะเออิบาร์ในเกมลีก ส่วนบอลถ้วยโกปา เดล เรย์ ปราบลาส พัลมาส ด้วยสกอร์ 4-3 แต่ผลงานในบ้านช่วงหลังถือว่าฝืดลงไป ชนะแค่เกมเดียวจาก 3 นัด ส่วนเบติส ไม่มีบอลถ้วยให้กังวลแล้ว เปิดศักราชใหม่เปิดบ้านอัดเลกาเนส 2-0 เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน แต่ผลงานนอกบ้านเรียกว่าย่ำแย่ แพ้ 5 จาก 6 นัดหลังสุดในลีก สำหรับเฮด-ทู-เฮด ของทั้งสองทีม เป็น “ตราหมี” ข่มมิดชนะตลอด 6 นัดหลังสุดที่พบกัน

ดูจากหน้าเสื่อแล้ว แอตฯ มาดริด ดูดีกว่าเบติสมาก น่าจะเอาชนะได้ตามคาด